จากเซลล์ขายเครื่องทำมิลค์เชควัย 52 สู่เจ้าของ McDonald’s แมคโดนัลด์ ร้านฟาสฟู้ดเบอร์หนึ่งของโลก





ก่อนจะเริ่ม #เล่าเรื่องแบรนด์ ในตอนนี้ คุณรู้ไหมคะว่า?

แบรนด์แมคโดนัลด์ McDonald's

ร้านฟาสฟู้ดที่มีแฟรนไชส์ไปทั่วทุกมุมโลก

ไม่ได้ขายแฮมเบอร์เกอร์ หรือขายอาหาร

เป็นธุรกิจหลักนะ แต่ที่แบรนด์ฟาสฟู้ดชื่อดังนี้

กลับทำกำไรและเติบโตจากธุรกิจอื่นต่างหาก


เมื่อนึกถึงแบรนด์ McDonald’s เรามักจะนึกถึงร้านฟาสฟู้ด

ที่ขายแฮมเบอร์เกอร์ เฟร้นช์ฟรายส์ ไอศครีม

และมิลเชคแสนอร่อย เสริฟแบบรวดเร็วทันใจ

ภายใต้แบรนด์ที่มีสีแดงเป็นสีประจำแบรนด์

และโลโก้ตัว M บิ๊กเบิ้ม สีเหลืองทองสดใส

พร้อมทั้งยังมี โรนัลด์ แมคโดนัลด์ เจ้าโจ้กเกอร์

แมสคอตสัญลักษณ์ประจำแบรนด์ ที่เห็นเมื่อไหร่

ก็ชวนให้หิว และน้ำลายไหลทุกที




ย้อนไปในยุค 50 เรย์ คร็อค วัย 52 ปี

เซลล์และเจ้าของกิจการขายเครื่องทำมิลค์เชค

ที่งานหลักของเค้าคือการขับรถไปยังเมืองต่างๆในอเมริกา

เพื่อนำเสนอขายเครื่องทำมิลค์เชค

ให้กับเจ้าของกิจการร้านอาหารและคาเฟ่ต่างๆ

ซึ่งช่วงนั้นธุรกิจของเค้ากำลังตกต่ำอย่างมาก

จนมาวันหนึ่ง เค้าได้รับออเดอร์สั่งซื้อเครื่องทำมิลค์เชค

จำนวนมากถึง 8 เครื่อง จากร้านอาหารร้านหนึ่ง

ในเมือง San Bernadino ต่างจังหวัดของอเมริกา

ซึ่งเอาจริงๆมันเซอร์ไพรส์เค้ามากๆที่อยู่ๆ

ก็ได้ออเดอร์ปริศนานี้เข้ามาแถมยังมาจากร้าน

ในต่างจังหวัดอีกนะ ถึงขั้นที่เค้าต้องกางแผนที่

หาพิกัดของร้าน(ยุคนั้นยังไม่มีกูเกิ้ลแมพอ่ะนะ)

และรีบขับรถไปดูกิจการร้านอาหารที่ว่าด้วยตา

ของตัวเองเลยทันที

และเมื่อเค้าไปถึงร้านอาหารที่ว่า

ก็สร้างความประหลาดใจให้เค้าอยู่ไม่น้อย

ร้านอาหารนี้คึกคักด้วยลูกค้าต่อคิวรอซื้ออาหารหน้าร้าน

แต่ถึงแม้คนจะเยอะ พนักงานก็บริการได้อย่างรวดเร็ว

แถมยังยิ้มแย้มแจ่มใส แต่งตัวด้วยยูนิฟอร์มสะอาดสะอ้าน

ทำงานกันอย่างดูเป็นขั้นตอนและมีระบบ

อาหารที่มีให้สั่งจากร้านนี้ ไม่ได้มีมากมายหลายเมนู

แต่ความพิเศษก็คือ...ลูกค้าที่มาที่ร้านนี้

จะต้องสั่งอาหาร และบริการตัวเอง

ซึ่งเป็นอะไรที่ใหม่มากๆสำหรับยุคนั้น


แถมลูกค้าเองก็จะได้รับอาหารอย่างรวดเร็ว

ซึ่งถ้าเทียบกับร้านอาหารอื่นๆในยุคเดียวกัน

ที่ยังนิยมการบริการประเภท Drive in

หรือการขับรถเข้าไปในร้านอาหาร

แล้วจะมีพนักงานเสริฟเอาอาหารมาเสริฟ

ให้เรานั่งทานกันบนรถของเราเอง

ซึ่งข้อเสียของการทานอาหารแบบ Drive in

คือ ลูกค้าต้องรออาหารไม่ต่ำกว่า 30 นาทีขึ้นไป

แถมอาหารก็รสชาดไม่เคยจะคงเส้นคงวา

วันนี้อร่อย พรุ่งนี้ไม่อร่อยก็มี บริการ ความสะอาด

และมาตรฐานที่ได้รับ นี่ยิ่งไม่ต้องพูดถึง

เพราะไม่มีเลยในร้านอื่นๆในตอนนั้น



นี่เลยเป็นที่มาของคอนเซ็ปท์และไอเดีย

“ในการหยิบเอาปัญหาของลูกค้า”

มาแก้ไข ปรับปรุง และสร้างแบรนด์ที่ตอบโจทย์

เพื่อแก้ปัญหาให้กับลูกค้าโดยเฉพาะ

โดย ดิ๊ก และ แมค สองพี่น้องตระกูลแมคโดนัลด์

ได้เห็นปัญหาที่เป็น Pain Point จุดเจ็บ

ของคนในยุคนั้น ทั้งสองคนจึงปิ๊งไอเดีย

และได้คิดค้นระบบ การจัดการร้านอาหารแบบใหม่ขึ้นมา

☑️ทั้งร่างแบบ Concept ของร้าน ที่ใครขับรถผ่านไปมา เห็นแล้วว้าว สะดุดตาอย่างแน่นอน

☑️ เลือกเส้นโค้งสีทองเป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์ (ให้ลองนึกถึงขาข้างหนึ่งของตัว M ในโลโก้แมคโดนัลด์)

☑️ ร้านต้องสว่างๆดูสะอาดสะอ้าน

☑️ มีระบบ Automation การวางผังครัว ผังการทำงาน เคาเตอร์ต่างๆ เวิร์คโฟลในการทำงานต่างๆ

☑️ ต้องเอื้อให้พนักงานทำงานและเสริฟอาหาร ให้ลูกค้าได้อย่างรวดเร็วฉับไวที่สุด

☑️ ใช้ระบบ Self service ลูกค้าสั่งอาหาร และบริการตัวเอง เพื่อความรวดเร็ว

☑️ มาตรฐานต้องเท่ากันทุกออเดอร์ รสชาดของอาหารต้องเป๊ะ มีระบบคุมเข้มว่าเฟรนท์ฟราย

ต้องทอดกี่นาที แตงกวาดองต้องใส่กี่ชิ้น ผักในเบอร์เกอร์ต้องมีอะไรบ้าง เนื้อเบอร์เกอร์ต้องสุกกำลังดี และที่สำคัญ เบอร์เกอร์ทุกชิ้น มิลค์เชคทุกแแก้ว

ต้องมีรสชาดที่เหมื